แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ การศึกษา แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ การศึกษา แสดงบทความทั้งหมด

วันอังคารที่ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2551

หมวดที่ 2: :::::: หมวด website ศึกษาต่อต่างประเทศ :::::::::

หมวดที่ 2: :::::: หมวด website ศึกษาต่อต่างประเทศ :::::::::

>>>> หมวดศึกษาต่อใน Europe <<<<
http://education.guardian.co.uk/universityguide2005/0,,1455246,00.html แรงกิ้งมหาลัยใน UK ของ Guardian
http://www.hotcourses.co.uk มหาลัยไหนใน UK มีเปิดคอร์สอะไรบ้าง
http://www.ukstudentlife.com/ สภาพความเป็นอยู่ทั่วไป อ่านตอนเตรียมตัวมาเรียนที่ uk
http://www.britishcouncil.org/th/thailand British Council
http://europa.eu.int/comm/education/programmes/mundus/projects/index_en.html
Erasmus Mundus Master Programme (Scholarship)
http://thaifin.blogspot.com/ สำหรับคนสนใจเรียนฟรีที่ฟินแลนด์
http://www.studenten-wg.de/ Finding accommodation in Germany (in German)

>>>> หมวดศึกษาต่อใน North America (United States + Canada) <<<<
http://educationusa.state.gov/ ข้อมูลเกี่ยวกับการศึกษาในอเมริกา
http://educationusa.state.gov/undergrad/pubs/iywts1.pdf
หนังสือเกี่ยวกับการสมัคร + เข้าเรียนในระดับ Undergraduate ที่อเมริกา
http://educationusa.state.gov/graduate/pubs/iywts2.pdf
หนังสือเกี่ยวกับการสมัคร + เข้าเรียนในระดับ Graduate ที่ อเมริกา
http://educationusa.state.gov/study/pubs/iywts3.pdf
หนังสือเกี่ยวกับการสมัคร + เข้าเรียนในระดับ Specialized Professional Study และ Short-term Study ใน อเมริกา
http://educationusa.state.gov/predeparture/pubs/iywts4.pdf
หนังสือเกี่ยวกับการขอวีซ่า เตรียมตัวออกเดินทาง และการใช้ชีวิตในอเมริกาในฐานะนักเรียน
http://www.tanthai.com ข้อมูลต่างๆเกี่ยวกับเข้าเรียนที่ America
http://www.uc411.com/ http://www.aucc.ca/index_e.html เรียนต่อแคนาดา
http://www.macleans.ca/universities/ ranking ยูในแคนาดา

>>>> หมวดศึกษาต่อใน Asia <<<<
http://www.answers.com/main/ntquery;jsessionid=160uid3ctjj1q?method=4&dsid=2222&dekey=List+of+universities+in+mainland+China&curtab=2222_1&sbid=lc05b&linktext=List%20of%20universities%20in%20mainland%20China
นี่คือ List มหาลัยทั้งหมดของประเทศจีน
http://www.chinadaily.com.cn/english/doc/2005-02/21/content_418027.htm จัดอันดับมหาลัยในจีน
http://www.answers.com/topic/2005-chinese-university-ranking จัดอันดับมหาลัยในจีนอีกอันนึง
http://www.blcu.edu.cn/index.asp มหาลัยภาษาวัฒนธรรมปักกิ่งที่คนต่างชาตินิยมไปเรียนมากที่สุดในประเทศจีน
http://www.tpa.or.th/ http://embjp-th.org/th/jis/study.htm#17 ทุนการศึกษาของรัฐบาลญี่ปุ่น ประจำปี พ.ศ.2549
The Japanese Government (Monbukagakusho : MEXT) Scholarship for 2006

>>>> หมวดข้อสอบที่จำเป็นในการเรียนต่อต่างประเทศ <<<<
http://www.english-test.net/ ข้อมูลเกี่ยวกับการเตรียมสอบ standardized test ทั้งหลาย (TOEFL, TOEIC, GMAT …)
http://www.mba.com http://www.sentencecorrection.com/ สำหรับ ผู้ที่จะสอบ GMAT
http://www.testmagic.com สำหรับ ผู้ที่จะสอบ GMAT, SAT, GRE, TOEFL
http://www.toefl.org สอบ TOEFL http://www.ielts.org/ สอบ IELTS
http://www.idp.com/thailand/ สถาบันที่จัดสอบ IELTS ในไทย IDP http://www.collegeboard.com/ สอบ SAT
>>>> หมวดอื่นๆ <<<<
http://www.studyabroad.ocsc.go.th/sitemap/index.asp สารสนเทศการศึกษาต่อต่างประเทศ ของ กพ
http://www.llm-guide.com จะเรียน LLM ที่ไหนดี http://www.businessweek.com
http://www.usnews.com ดูอันดับ business school
http://www.sparknotes.com เหมาะสำหรับหาข้อมูลทำรายงาน(โดยเฉพาะเด็ก High School)
http://www.studygs.net study guides & strategies

รวม website ที่น่าสนใจ

รวม website ที่ชาวไกลบ้านแนะนำให้ค่ะหวังว่าจะเป็นประโยชน์นะคะ
ได้รวม website ทั้งหมดที่ชาวไกลบ้าน http://www.pantip.com/ แนะนำมาและจัดแบ่งเป็นหมวดหมู่ให้ดูง่ายนะขึ้น
มี list หมวดหมู่ทั้งหมดไว้ตรงนี้เพื่อที่ให้สามารถหาสิ่งที่ต้องการได้ง่ายขึ้นนะคะ
หมวดที่ 1: :::::: หมวด website เกี่ยวกับภาษา :::::: แบ่งย่อยเป็น
- หมวด Dictionary คงไม่ต้องอธิบายอะไรมากมาย รวบรวม online dictionary มีหลายภาษา
- หมวดฝึก พูด อ่าน เขียน ภาษาอังกฤษ(และภาษาอื่นๆ)
ฝึก พูด อ่าน เขียน ภาษาต่างๆ เช่น อังกฤษ เยอรมัน ญี่ปุ่น
- หมวดอื่นๆ เว็บเกี่ยวกับภาษาอื่นๆ เช่นแปลภาษา / หา synonym, antonym
หมวดที่ 2: :::::: หมวด website ศึกษาต่อต่างประเทศ :::::: แบ่งย่อยเป็น
- หมวดศึกษาต่อใน Europe ข้อมูลเกี่ยวกับการศึกษาใน Europe
- หมวดศึกษาต่อใน North America (United States + Canada) ข้อมูลเกี่ยวกับการศึกษาในอเมริกาและแคนาดา
- หมวดศึกษาต่อใน Asia ข้อมูลเกี่ยวกับการศึกษาใน Asia
- หมวดข้อสอบที่จำเป็นในการเรียนต่อต่างประเทศ ข้อมูลเกี่ยวกับการสอบเช่น TOEFL, IELTS, GMAT, GRE, SAT
- หมวดอื่นๆ ข้อมูลเกี่ยวกับการศึกษาในประเทศอื่นๆ
หมวดที่ 3: :::::: หมวด website เกี่ยวกับการใช้ชีวิตในต่างแดน :::::: แบ่งย่อยเป็น
- หมวดการเดินทาง เรื่องจองตั๋วเครื่องบิน หาที่พัก นั่งรถไฟ หาที่เที่ยว อยู่ที่นี่
- หมวดซื้อ/ขายของ web อัตราแลกเปลี่ยนเงิน ซื้อรถ ซื้ออุปกรณ์electronics ของใช้จุกจิก ลองดูที่นี่
- หมวดอาหาร web สูตรอาหารไทยและอาหารประเทศอื่นๆ
- หมวดข่าวคราวสำหรับคนไทยในต่างแดน ข่าวคราวสำหรับคนไทยในต่างแดน
- หมวดเอกสารสำคัญในการเดินทางทั้งหลาย เรื่องการขอ Visa, ใบขับขี่ etc.
- หมวด web ขององค์กรสำคัญต่างๆ องค์กรเกี่ยวกับการเดินทางทั้งหลายเช่น สถานทูต
- หมวดส่งจดหมาย/ส่งพัสดุ ส่งจดหมาย ส่งพัสดุจากต่างชาติทำอย่างไร ดูใน web เหล่านี้
- หมวดอื่นๆ โทรกลับไทยยังไง พิมพ์ไทยอย่างไร ลองดูที่นี่
หมวดที่ 4: :::::: หมวด website เกี่ยวกับเรื่องอื่นๆทั่วไป :::::: แบ่งย่อยเป็น
- หมวด Entertainment (ดูหนัง ฟังเพลง) ดูหนัง ดูทีวีไทย ฟังวิทยุบนเน็ท ดูดวง ฟังเรืองผี รวมอยู่ที่นี่
- หมวด Search Engine/หาข้อมูล Search engine, encyclopedia, แผนที่, แปลงหน่วย ลองดู web เหล่านี้
- หมวดอื่นๆ Web อื่นๆที่ไม่เข้า category อะไรเลย

วันพฤหัสบดีที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2551

10 เคล็ดลับเรียนภาษาต่างประเทศให้ได้ผล

ในโลกที่เต็มไปด้วยการแข่งขันอย่างทุกวันนี้ ภาษาที่สองและสาม สี่ (ไม่ว่าจะเป็นภาษาอังกฤษ จีน ญี่ปุ่น ฯลฯ) คือสิ่งจำเป็นที่จะทำให้คุณดูโดดเด่น และแตกต่างจากคนอื่น และนี่คือเคล็ดลับง่าย ๆ ในการเรียนภาษาต่างประเทศให้ได้ผล

1.ยอมรับความจริง ไม่มีใครพูดภาษาที่สองได้ตั้งแต่เกิด ทุกคนต้องใช้เวลาในการเรียนรู้กันทั้งนั้น ฉะนั้นอย่าคาดหวังว่าจะต้องเข้าใจทุกสิ่งทุกอย่างตั้งแต่เริ่มต้น

2.เรียนรู้ทีละนิดจากการศึกษา พบว่า การทบทวนเป็นระยะเวลาสั้นๆ อย่างเช่น ในระหว่างทานอาหารเช้า ในขณะอาบน้ำ หรือในขณะเดินทาง จะส่งผลให้คุณจดจำได้ดีกว่า

3.ท่องศัพท์ ยิ่งคุณรู้ศัพท์มากเท่าไหร่ คุณก็สามารถพูดและเข้าใจได้มากขึ้นเท่านั้น เทคนิคในการจดจำคำศัพท์ คือ พกการ์ดใบเล็กๆที่เขียนคำศัพท์ (ที่มีคำแปลอยู่ด้านหลัง) ไปกับคุณทุกที่

4.ฝึกหัดอย่างจริงจัง อย่าแค่ทำปากขมุบขมิบหรือท่องเอาไว้ใสใจ พูดหรืออ่านออกมาดังๆ ในทุกครั้งที่มีโอกาส เพื่อจะได้ฝึกปากของคุณให้เคยชินกับการออกเสียง

5.ทำการบ้านการทำการบ้าน คือการฝึกฝนทักษะการใช้ภาษาให้เป็นไปอย่างแม่นยำ จนกลายเป็ความชำนาญ และสามารถทำออกมาได้อย่างอัตโนมัติในที่สุด

6. จับกลุ่มเรียน หาเวลาทบทวน ทำการบ้าน หรือแค่ฝึกพูดภาษานั้นๆ กับเพื่อนๆ เป็นประจำ ซึ่งจะช่วยแก้ไขข้อบกพร่องให้กันและกันได้ แถมยังทำคุณจดจำได้แม่นยำยิ่งขึ้นด้วย

7.หาจุดอ่อนคุณ ควรหาจุดอ่อนในการเรียนของตัวเองให้เจอ เพื่อที่จะได้เพิ่มประสิทธิภาพในการเรียนรู้ อย่างเช่น ถ้าคุณเป็นคนเงียบๆ และไม่ค่อยมีส่วนร่วมในชั้นเรียน ก็บังคับตัวเองให้เลือกที่นั่งแถวหน้าในห้องเรียนซะ

8. หาโอกาสในการใช้ภาษา เพื่อสร้างความคุ้นเคยกับภาษานั้นๆ ให้ได้มากที่สุด ไม่ว่าจะเป็นการพูดคุยกับเจ้าของภาษาเช่าหนังที่พูดภาษานั้นๆ มาดูหรือแม้กระทั่วหาแฟนที่เป็นเจ้าของภาษานั้นซะเลย

9. ทุ่มความสนใจ พูดง่ายๆ ก็คือ หายใจเข้าออกก็ให้เป็นภาษานั้น เรียนรู้ภาษานั้นๆ ทั้งในและนอกห้องเรียนอย่างจริงจังและเต็มที่ถึงขนาดถึงขนาดถ้าฝันได้ก็อาจฝันเป็นภาษานั้นๆ ด้วย

10. ปรึกษาผู้รู้ถ้ามีปัญหาหรือติดขัดอะไร ก็ต้องสอบถามครูผู้สอนหรือเจ้าของภาษานั้นทันที เพื่อทำลายกำแพงที่เป็นอุปสรรคในการเรียนออกไปให้เร็วที่สุด คุณจะได้ไม่ต้องสะดุดอยู่นานเกินไปซึ่งนั้นอาจทำให้คุณเกิดความเบื่อหน่ายได้

ขอบคุณข้อมูล : นิตยสาร Cosmopolitan

วันศุกร์ที่ 11 เมษายน พ.ศ. 2551

การจัดการความรู้ คือ อะไร

" ความรู้มีอยู่อย่างกระจัดกระจายไปทั่วแผ่นดิน ทุกแห่งทุกหนก็ว่าได้ นับวันความรู้ที่พูดถึงนี้ก็จะเลือนหาย สูญสิ้นไปเหมือนกับเจ้าของความรู้นั้นตามกาลเวลาที่ใครก็หยุดไม่ได้ "

จะทำอย่างไรหนอ ??? ที่จะเก็บความรู้นั้นไว้ เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน หรือเพื่อการเผยแพร่ไปสู่คนรุ่นหลังที่จะได้รับรู้ว่าบรรพบุรุษของตนมีคุณงามความดีอะไร

คนไทยโดยส่วนใหญ่และทั่วไปมีภูมิปัญญาดั้งเดิมมากมายที่น่าเก็บไว้ด้วยการบันทึก และเผยแพร่ความรู้นี้ไปยังผู้ที่ใฝ่รู้ใฝ่เรียน รวมทั้งอนุชนรุ่นหลังที่เกิดมากับความเจริญทางวัตถุและเทคโนโลยี ซึ่งอาจจะลืมเลือนความรู้จากธรรมชาติที่กำลังจะจางหายไปกับกาลเวลา

ผู้เขียนเป็นครู อาชีพของการเป็นครูย่อมต้องพัฒนาด้วยเรียนรู้เสริมให้ตนเองอยู่เสมอ ความรู้ที่นับได้ว่าเป็นขุมทรัพย์ก็ได้จากการอ่าน การเรียนรู้จากประสบการณ์ตรง และทางอ้อม

ผู้เขียนได้เรียนรู้จากท่านศึกษานิเทศก์ เฉลิมชัย ถึงดี ศึกษานิเทศก์รูปหล่อและอัธยาสัยดี แห่งเขตพื้นที่การศึกษาสุรินทร์เขต 3 เกี่ยวกับ การจัดการความรู้ในโรงเรียน School Knowledge Management วิธีการคือ ที่โรงเรียนจัดอบรม แล้วกำหนด หัวปลาทู ก้างปลา แล้วก็มี คุณอำนวย คุณกิจ คุณลิขิต 1 คุณลิขิต 2 ( สมมุติบทบาทของสมาชิกในกลุ่ม ) วิธีการเขียน คือ การเล่าประสบการณ์ในการสอนของแต่ละคนที่ประสบกับความสำเร็จจนเป็นที่น่าพอใจ แล้วเขียนบันทึกไว้ แต่เวลาจำกัด ผู้เข้าอบรมจำนวนมาก จึงดูเหมือนว่าจะไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ตั้งความคาดหวังไว้

วันถัดมาอีก ผู้เขียนจึงขอร่วมฝึกทำ best practice อย่างจริงจังกับโรงเรียนบ้านบักดอก โดยความกรุณาของท่าน ผอ.สุธรรม สุบรรณาจ และท่าน ศน.เฉลิมชัย ถึงดี อีกครั้งหนึ่ง ซึ่งตอนนั้นผู้เขียนเริ่มเข้าใจและรู้ว่าการเขียน Best practice ก็ เหมือนกับการเขียนรายงานให้ผู้อ่านได้เข้าใจถึงวิธีการสอน เทคนิคและกิจกรรมต่างๆ และมีจุดมุ่งหวังที่จะเก็บความรู้นี้ไว้เป็นหลักฐานด้วย

การจัดการความรู้อันน้อยนิดของผู้เขียนได้เริ่มแพร่ขยายเป็นบันทึกลงใน blog บ้าง เล่าสู่กันฟัง แลกเปลี่ยนเรียนรู้กับครูบ้าง และมีแนวความคิดจากการที่เคยไปเป็นครูเอเอฟเอส แลกเปลี่ยนที่อเมริกา 1 ปี จึงคิดว่าจะนำเรื่องราว ประสบการณ์ต่าง ๆ มาเขียนลงใน blog หากมีเวลา ซึ่งผู้เขียนได้ทำหน้าที่ครูอย่างมีความสุขและฝึกเด็กไทยให้หัดเรียนรู้ภาษาอังกฤษ

เนื่องจากผู้เขียนมีความรู้เรื่องคอมพิวเตอร์เล็กน้อย มีความรู้สึกว่าคอมพิวเตอร์มีประโยชน์ต่อการจัดการศึกษาอย่างมหาศาล จึงได้เข้ารับอบรมการจัดทำ web blog และได้รับความกรุณา จากท่าน ศน เฉลิมชัย ถึงดี เป็นพี่เลี้ยงที่ดีตลอดมา ทำให้ผู้เขียนเริ่มเข้าใจเรื่องของการสร้างเว็บเพจ blog และเว็บไซต์ในเวลาต่อมา ซึ่งผู้เขียนได้นำมาสอนนักเรียนให้ฝึกสร้าง web blog ของตนเอง และเรียนรู้ภาษาอังกฤษผ่าน web blog ของผู้เขียน และของเพื่อนนักเรียนในห้องด้วย ทำให้นักเรียนตั้งใจเรียนภาษาอังกฤษมากยิ่งขึ้น

การจัดการความรู้ที่นำมาสู่ครูผู้สอนตามความสามารถและความใฝ่รู้ใฝ่เรียน ประกอบการพัฒนาตนเองเป็นเรื่องที่ผู้เขียนตระหนักและพยายามอยู่เสมอที่จะกระตุ้นให้ตนเองมีการพัฒนาทั้งในเรื่องการจัดการเรียนรู้ให้แก่นักเรียน ด้วยวิธีการต่างๆนานา เช่น การจัดทำแผนการจัดการเรียนรู้ การจัดทำวิจัยในชั้นเรียนเพื่อพัฒนาการเรียนรู้ การฝึกปฏิบัตินักเรียนให้มีทักษะการใช้ภาษาอังกฤษตามโครงการประจำปีการศึกษาของโรงเรียน

การจัดการความรู้ก่อเกิดมานานแสนนานแล้ว แต่การจัดเก็บความรู้เหล่านั้นยังไม่เป็นระบบ และสืบค้นไม่ได้ดีเท่าที่ควร เพราะเหตุเนื่องมาจากเทคโนโลยีก้าวล้ำนำยุคอยู่เสมอ จึงทำให้การจัดการความรู้มีเสียงเหมือนจะต้องมีความรู้เรื่อง ไอที (Information Technology) จึงจะจัดการได้ แต่เป็นการเข้าใจผิดเสียแล้ว การจัดการความรู้สอดแทรกอยู่ในตัวคนทุกคนตั้งแต่เกิดจนกระทั่งดับชีวิต คน หรือ มนุษย์มีการจัดการความรู้ โดยสังเกตจากการใช้ชีวิตในสังคม การอยู่รอด การดำรงชีพ การเรียนรู้ที่จะทำให้ตนเองมีความสุขตามอัตภาพ สิ่งเหล่านี้ที่กล่าวมาเป็นการจัดการความรู้ทั้งสิ้น

แต่เนื่องจากเทคโนโลยีและความก้าวหน้า เราจึงต้องพึ่งพาความรู้ความสามารถและความถนัดตลอดจนความสนใจที่จะเรียนรู้ โดยการนำอิเล็กทรอนิกส์เครื่องมือสื่อสารมาประกอบการจัดการความรู้ เท่านั้นเองที่เปลี่ยนแปลงไปจากอดีต ดังนั้นผู้คนที่มีความสามารถในการใช้เครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์คอมพิวเตอร์จึงได้เปรียบกับการจัดการความรู้ได้รวดเร็ว แพร่ขยายได้รวดเร็วตามใจคิดและปรารถนา ผู้เขียนจึงมีความสุขกับการที่รู้ว่าครูในกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ(ภาษาอังกฤษ) ทุกคนมีความตระหนักดีในการจัดการความรู้ เห็นประโยชน์และมีความพยายามที่จะจัดเก็บและนำความรู้มาแลกเปลี่ยนกันตลอดเวลาที่มีอยู่

เมื่อผู้เขียนให้นักเรียนทำงานส่ง อ่านเสร็จแล้วให้สรุปความรู้ที่ได้เป็น 3 ข้อ คือ ข้อหนึ่งได้ความรู้เรื่องอะไร ข้อสอง มีความประทับใจในเรื่องอะไร และข้อสาม นักเรียนมีข้อเสนอแนะอะไรให้ผู้เขียนบ้าง นักเรียนมีความสามารถค้นคว้าหาข้อมูล ซึ่งบางคนได้พริ้นท์งานในเว็บไซต์ของครูมาส่ง ผู้เขียนได้บอกให้ไปเขียนสรุปเป็น สามข้ออีกครั้ง แต่การจัดการความรู้ให้แก่นักเรียนโดยวิธีการใช้อินเตอร์เนตและเครื่องคอมพิวเตอร์นั้น มักจะมีข้อจำกัด เพราะนักเรียนทุกคนไม่ได้มีเครื่องคอมพิวเตอร์ที่บ้าน ซึ่งจะทำให้ผู้ปกครองเดือดร้อนในการนำพานักเรียนไปที่ร้านอินเตอร์เนต เพื่อที่จะทำงานมาส่งครูของเขา

แต่เมื่อพบกับปัญหาและข้อจำกัด ก็ไม่ได้หมายความว่าจะไม่คิดทำอะไรเลย ผู้เขียนได้พยายามทุกหนทางที่จะเก็บเล็กผสมน้อยในเรื่องของความรู้ ถึงแม้ว่าจะเก็บเกี่ยวผลประโยชน์ไม่ได้เต็มเม็ดเต็มหน่วยก็ตาม แต่ก็คิดว่าดีกว่าที่จะไม่ทำหรือไม่ขยับทำอะไรเลย นักเรียนหลายๆคนทีศักยภาพแบบเหลือเชื่อ นักเรียนมีความสามารถทางการใช้เครื่องมือสื่อสารอิเล็กทรอนิกส์ มีความสามารถติดต่อสื่อสารกับครูได้โดยการใช้อีเมลล์ หากครูผ้สอนหรือผู้เขียนไม่คิดที่จะดำเนินการในเรื่องการเรียนผ่าน blog จะไม่ได้ล่วงรู้ว่าขีดของศักยภาพของนักเรียนนั้นมีมากแค่ไหน ผู้เขียนไม่ขีดจำกัดความสามารถของเขาเพียงแค่นำข้อจำกัดมาอ้าง เพื่อที่จะได้ไม่ต้องเหนื่อยยากในการจัดทำงาน เมื่อนักเรียนเหล่านี้เติบโตขึ้นไปเรียนใน ชั้นอุดมศึกษา พวกเขาจะได้วิธีการเรียนรู้ด้วยตนเอง จัดการความรู้ของตนเองอย่างมีศักยภาพและมีความหมาย ผลผลิตที่ผู้เขียนคาดหวังจะได้เป็นจริงอย่างที่ครูทุกคนใฝ่ฝันไว้

วันอังคารที่ 4 มีนาคม พ.ศ. 2551

เคล็ดลับการเขียน Scholarship Essay ให้โดนใจคณะกรรมการ

เคล็ดลับการเขียน Scholarship Essay ให้โดนใจคณะกรรมการ

จากประสบการณ์ที่มี จากการเป็นนักเรียนทุนมูลนิธิโรเกชั่น แล้วเขียน Essay เพื่อขอรับทุนไปศึกษาดูงานที่ต่างประเทศ ทำให้รู้ว่า ถึงแม้ว่าการเขียนในหัวข้อที่ดูน่าเบื่อสำหรับการเขียน Scholarship Essay ก็สามารถทำให้ดูน่าสนใจได้ หากว่าวิธีการเล่าหรือเขียนของคุณเป็นวิธีที่แปลกใหม่

ในการเขียน Scholarship Essay มีวัตถุประสงค์สำคัญอยู่สองสิ่ง คือ การเขียนเพื่อให้คณะกรรมการเชื่อว่าคุณนั้นเป็นผู้ที่เหมาะสมจะได้รับทุนการศึกษา และทำให้คณะกรรมการทราบถึงความสามารถที่หลากหลายของคุณ ที่มิได้จำกัดเพียงแค่คะแนนสอบหรือเกรดเฉลี่ยที่สูงเท่านั้น

ข้อเสนอแนะเกี่ยวกับเคล็ดลับการเขียน Scholarship Essay เพื่อเป็นประโยชน์แก่น้องๆ หรือผู้ที่กำลังจะสมัครขอทุนการศึกษา
1. ตอบคำถามให้ถูกต้อง คุณสามารถทำตาม 12 ข้อถัดไปได้ แต่หากคุณตอบไม่ตรงคำถามนั้น คุณก็ไม่สามารถที่จะชนะใจกรรมการและได้รับทุนการศึกษา
2. ใช้ความคิดสร้างสรรค์ แม้ว่าหัวข้อในการเขียน Essay ของคุณอาจดูน่าเบื่อ แต่หากคุณใช้ความคิดสร้างสรรค์ คุณก็สามารถทำให้มันดูน่าสนใจขึ้นมาได้เช่นกัน ยกตัวอย่างเช่น หากคุณเขียนเกี่ยวกับการแข่งขันด้านฟุตบอลที่คุณได้รับการฝึกฝนมา คุณไม่ควรที่จะเริ่ม Essay ของคุณโดยเริ่มว่า "I worked long hours for many weeks to train for XXX competition." คุณอาจเขียน "Every morning I awoke at 5:00 to sweat, tears, and blood as I trained to bring the Thailand football trophy to my hometown."
3. เป็นตัวของคุณเอง คณะกรรมการต้องการทราบเกี่ยวกับตัวคุณและความสามารถในการเขียนของคุณ ดังนั้นคุณควรเขียนสิ่งที่มีความหมายและออกมาจากใจ ในบางครั้งอาจจะไม่ได้ออกมาจากการกระทำของคุณอย่างเดียวก็ได้ หากคุณสามารถทำได้นั้น Essay ของคุณก็จะเป็นเอกลักษณ์ หลายคนที่เดินทางไปต่างประเทศหรือชนะการประกวด แต่ความรู้สึกของคุณที่มีต่อประสบการณ์เหล่านี้จะทำให้คุณโดดเด่นกว่าผู้อื่น และควรหลีกเลี่ยงการเขียนเกี่ยวกับเรื่องที่คุณมีประสบการณ์ไม่มากนัก
4. อย่าใช้คำศัพท์วิชาการ มีหลายคนเป็นจำนวนมากที่คิดว่าการใช้คำศัพท์ที่ยาก คือการเขียน Essay ที่ดี การใช้คำศัพท์ที่ยากสามารถทำได้ หากคุณใช้อย่างเหมาะสมกับประโยคและกับสไตล์การเขียนของคุณ 5. ใช้สไตล์การเขียนที่ชัดเจน การเขียน Essay ที่ดีนั้น คุณควรจะเขียนแบบเจาะจง อย่าเขียนในลักษณะกว้างๆ ให้รายละเอียดและอธิบายถึงเหตุผลให้แก่คณะกรรมการอย่างเพียงพอและอย่างน่าสนใจ
6. ใช้เวลาในการเขียนบทนำให้มากที่สุด คณะกรรมการมักจะใช้เวลาเพียงแค่ 1-2 นาที ในการอ่าน Essay ของคุณ ดังนั้น บทนำของคุณควรจะดึงดูดความสนใจของผู้อ่านตั้งแต่เริ่มต้น ไม่ใช่เรื่องแปลกหากคุณจะแก้บทนำใหม่หมด หลังจากคุณเริ่มเขียนเนื้อหาของ Essay ของคุณ อย่าสรุปเรื่องราวทั้งหมดของคุณในบทนำ ลองถามตัวเองว่าเพราะสาเหตุใดผู้อ่านอยากจะอ่าน Essay ทั้งหมดของคุณ หลังจากอ่านบทนำ หากการเขียนบทนำของคุณ คือการสรุปทั้งหมด คณะกรรมการก็ไม่มีความจำเป็นจะต้องอ่านเนื้อเรื่องที่เหลือของ Essay คุณสร้างความแปลกใจหรือความลึกลับในบทนำของคุณ ไม่จำเป็นเสมอไปว่าตั้งแต่ประโยคแรกของ Essay คุณนั้นจะต้องเขียนเกี่ยวกับเรื่องที่คุณตั้งใจอย่าง 100% ตั้งคำถามหรือประเด็นให้คณะกรรมการสนใจอ่าน Essay ของคุณ ทำให้ผู้อ่านรู้สึกคล้อยตามอารมณ์ความรู้สึกของคุณที่คุณต้องการจะสื่อให้คณะกรรมการ
7.เนื้อเรื่องของคุณต้องเชื่อมโยงกับบทนำ บทนำของคุณควรดูน่าสนใจ และเนื้อหาในเนื้อเรื่องจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องเชื่อมโยงกับบทนำของคุณ
8. ใช้คำเชื่อม ผู้สมัครบางคนละเลยที่จะใช้คำเชื่อม คุณจำเป็นจะต้องใช้คำเชื่อมระหว่างย่อหน้าในเนื้อเรื่องของคุณเพื่อที่จะทำให้การเรียงลำดับการเล่าเรื่องของคุณเป็นไปอย่างถูกต้องและทำให้ผู้อ่านไม่สับสน คำเชื่อมนั้นไม่จำเป็นเสมอไปว่าจะต้องเป็นคำว่า as a result, additionally, while อาจจะใช้คำที่เป็น key word ในการทำให้ความคิดต่างๆประสานกันก็เป็นได้
9. บทสรุปมีความสำคัญมาก บทสรุปเป็นโอกาสสุดท้ายที่คุณจะสามารถโน้มน้าวให้ผู้อ่านเชื่อว่าคุณเป็นผู้ที่เหมาะสมกับการได้รับทุนการศึกษา หรือให้ผู้อ่านประทับใจกับความสามารถของคุณ ควรหลีกเลี่ยงการสรุปบทความทั้งหมดของคุณโดยเฉพาะ Essay ที่สั้น และควรไม่ใช้คำ เช่น in conclusion, in summary, to conclude
10. หันไปทำอย่างอื่น เว้นไปอย่างน้อยหนึ่งอาทิตย์ในการทบทวน Essay ของคุณ และกลับมาดูใหม่อีกหลังจากนั้น เพื่อคุณจะได้มั่นใจว่าสิ่งที่คุณเขียนไปนั้นดีพอหรือไม่
11. นำ Essay ของคุณไปให้ผู้อื่นอ่าน และขอให้ผู้อ่านตอบคำถามต่อไปนี้ขณะอ่าน Essay ของคุณ Essay นี้เกี่ยวกับเรื่องใด ส่วนใดของ Essay ที่ดีที่สุด Essay นี้มีอะไรที่น่าประทับใจหรือน่าจดจำมากที่สุด ส่วนใดของ Essay ที่แย่ที่สุด ส่วนใดของ Essay ที่ยังสับสนหรือต้องการคำอธิบายเพิ่มเติม ส่วนใดของ Essay ที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับหัวข้อหลักของ Essay ทุกประโยคใน Essay นี้มีความสำคัญหมด หรือไม่ มีประโยคไหนที่สามารถตัดออกไปได้หรือไม่ Essay นี้ได้กล่าวถึงความเป็นตัวตนหรือบุคลิกลักษณะนิสัยของผู้เขียนหรือไม่ และที่สำคัญ หากคุณเป็นคณะกรรมการ คุณจะพิจารณาให้ทุนการศึกษาแก่ผู้เขียนหรือไม่
12. ตรวจแก้ใหม่ คุณไม่สามารถเขียน Essay ที่ดีได้ หากคุณไม่ได้ตรวจแก้ใหม่ คุณถูกจำกัดคำในการเขียน ดังนั้นคุณจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องใช้คำอย่างชาญฉลาด จงลบทุกประโยคที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับหัวข้อหลักของคุณ คุณได้ใช้คำเชื่อมในการเขียนหรือไม่ ประโยคเริ่มต้นและบทสรุปของคุณเป็นเพียงแค่การย่อเนื้อเรื่องหรือไม่ คุณมีข้อผิดพลาดด้านไวยากรณ์หรือไม่

ขอให้โชคดีในการเขียน Essay เพื่อขอรับทุนนะคะ....

วันศุกร์ที่ 25 มกราคม พ.ศ. 2551

What I have gain for the guests who visit my school

เมื่อเร็วๆมานี้ คณะครูและนักเรียนจากอเมริกาได้เดินทางมาเยี่ยมโรงเรียนประสาทวิทยาคาร จ.สุรินทร์

ข้าพเจ้าได้เรียนรู้อะไรบ้างจากการมาเยี่ยมครั้งนี้......นี่เป็นคำถามจาก คุณเอก สยามวาลา เหรัญญิก มูลนิธิโรเกชั่นที่มอบทุนสนับสนุนให้ข้าพเจ้าได้เรียนจนจบปริญญาตรี และได้เดินทางไปศึกษา ฝึกอบรม ดูงาน ที่อเมริกา เมื่อปี 2549-2550

*****************************************************************************

ดร.จีน เบซมอร์ ผู้อำนวยการโรงเรียน เอ็น พี เอ ที่แคลิฟอร์เนีย เดินทางมาเยี่ยมเมืองไทย พร้อมด้วย นักเรียน 5 คน (แพทริค,เฮลิ,จีน่า,แอลิ,และ มาไรอัล ) มร.มาโซ ครูสอนวิชาภาษาฝรั่งเศส และ ลอเรน เพื่อนที่แสนดีของข้าพเจ้า

Dr. Jean Bazemore - the principal of the North Coast Preparatory and Performing Arts Academy ( NPA ) came to Thailand with 5 students ( Patrick, Heyley, Gina ,Ally and Mariah ) , a French teacher Marceau and my liaison- Lauren Sarabia


มันเป็นช่วงเวลาที่ดีมากสำหรับนักเรียนของข้าพเจ้า เพราะว่าชาวต่างชาติ -พวกเขาได้ใช้เวลาส่วนใหญ่ทำกิจกรรมที่โรงเรียนของข้าพเจ้า ( 14-20 พ.ย.50) มีการเข้าค่ายภาษาอังกฤษ และเข้าสอนในห้องเรียน บรรยากาศที่โรงเรียนตอนนั้นเต็มไปด้วยการกระตือรือร้นที่อยากจะพูดกับชาวต่างชาติ และนักเรียนมีทัศนคติที่ดีต่อการเรียนภาอังกฤษมากยิ่งขึ้น
It was a great time for my students because Foreigners had spent their time with my school for a week( 14 -20 Nov ) . They actived on the English Camp ( 15-17 Nov) and attended in my classroom, or other English class.My school's atmosphere was very nice - students braved to speak with foreigners and they have good attitude with English now.


ชาวต่างชาติที่มาได้พักกับครอบครัวของนักเรียน ถึงแม้ว่าจะเป็นช่วงเวลาสั้นๆ เพียงแค่สัปดาห์ แต่นักเรียนก็ได้เรียนรู้ภาษาอังกฤษและวัฒนธรรม สำหรับนักเรียนชนบท..นี่มันคือประสบการณ์ที่ยิ่งใหญ่
All of my guests stayed with my students' families . Although being host family for a week but they could learn and understand more English and culture. For student in the country side it was great experiences.....


ขอขอบคุณมูลนิธิโรเกชั่น ที่มอบโอกาส ให้กับคุณครูของพวกเขา ได้เดินทางไปอเมริกา และนำมิตรภาพและสิ่งที่ดีงามกลับมาสู่พวกเขา
Thank you the Rogatien Foundatien to gave their teacher a chance to go to America and brought some beautiful friendship back to them.


อะไร คือสิ่งที่ ดร.จีน เบซมอร์ พูดเกี่ยวกับโรงเรียนของข้าพเจ้า?
What was Dr.Jean Bazemore comments about my school?

เมื่อครั้งที่ ดร.จีน มาเยี่ยมโรงเรียนของข้าพเจ้านั้น โรงเรียนของข้าพเจ้ายังไม่มีผู้อำนวยการ ข้าพเจ้าได้รับความกรุณาจาก ศน.อุดม ภาสดา ศึกษานิเทศก์ภาษาอังกฤษ สุรินทร์เขต 3 มาเป็นที่ปรึกษา และคอยให้กำลังใจช่วยเหลือ แนะนำ เป็นอย่างดี
In that time my school didn't have the school director but I contacted with Mr.Udom Passada- the Surin Educatoin Zone 3 officer came to my school and helped me organized for the activities.

ดร.จีน ถามข้าพเจ้าว่าโรงเรียนขนาดใหญ่ มีนักเรียนตั้ง 2,800 คน ทำไมถึงไม่มีผู้อำนวยการมาเป็น ปี ( ต.ค.49-พ.ย.50) ....ข้าพเจ้า บอกว่าโรงเรียนมี ครู 90 คน แต่ข้าพเจ้าไม่สามารถ ตอบได้ว่า ทำไมโรงเรียนของข้พเจ้าจึงไม่มี ผอ. มาเป็นปี และก็คิดว่า คงมีโรงเรียนที่มีปัญหาแบบนี้อีกหลายแห่ง
Dr.Jean asked me, we have 2,800 students why we didn't have the school director for a year ( Oct 2006 - Nov 2007 ) and how many teachers???.........We have 90 teachers but I could not answer her why we have this problem??? .........I think some school still have the same problem with my school.

เพราะว่าขณะนั้น โรงเรียนของข้าพเจ้าไม่มี ผอ. ทำให้กิจกรรมบางอย่างไม่ค่อยราบรื่นนัก เช่น การไปร่วมพิธีเลี้ยงช้าง หรือ การเข้าร่วมกิจกรรมการเรียนการสอน เพราะ จำนวนนักเรียนมี 56 คน ต่อ ห้องเรียน และทั้งโรงเรียนมี ประมาณ 58 ห้องเรียน เมื่อนักเรียนเริ่มคุ้นเคย กันแล้ว พวกเขาก็อยากคุยกับชาวต่างชาติ อยากถ่ายรูป ทำเอาพวกเขาเหนื่อยตามๆกัน ถึงแม้ว่า อากาศจะร้อน แต่มิตรภาพนั้น สวยงามยิ่งนัก.....รอยยิ้ม เสียงหัวเราะที่มีความสุข ทำให้ข้าพเจ้ามีกำลังใจในการต่อสุ้ ...ต่อไป
Because we didn't have the school director ,some activities didn't run smoothly for example the Elephant Beffet' Festival study tour activity .Other problem was we have 56 students in one classroom ,in my school we have 58 classrooms .After my students got familiar with foreginers they want to took pictures and had conversations with the guests. The weather was very hot but the freindship is beautiful....the smiling faces cheered me up and I hope it happen again in next year....


ดร.จีน พูดถึงการศึกษาของไทยโดยภาพรวม อย่างไรบ้าง??
what is Dr.Jean comments about education in Thailand generally?


ดร.จีน ได้มีโอกาสไปเยี่ยมโรงเรียนหลายแห่ง เมื่อมาเมืองไทย โรงเรียนสตรีศึกษา ที่กรุงเทพฯ ,
โรงเรียนอนุบาล แห่งหึ่งใกล้ที่พักในกรงเทพฯ ,
โรงเรียนสิรินธร โรงเรียนประจำจังหวัดสุรินทร์ ,
โรงเรียนบ้านเกษตรถาวร โรงเรียนเล็กๆ ประจำหมู่บ้าน อยู่ใกล้ตะเข็บชายแดน
และโรงเรียนประสาทวิทยาคาร โรงเรียนประจำอำเภอเล็กในต่างจังหวัด
Dr.Jean had chances to visit difference schools while she stayed in Thailand......
She visited Satree Wittaya School in Bangkok ,
Anubarn school - a small nursery near her hotel,in Bangkok
Sirindhon School- the biggest school in Surin ,
Ban Kraset Thaworn School - a primary school 10 kilosmeters from border Thai - Cambodia
and my school,PrasatWittayakarn school- a school in a small town


ทำไมมันถึงแตกต่างกันเพียงนี้!!!!!????? นั่นคือคำถามที่ ข้าพเจ้าเองก็ตอบไม่ได้....
ความแตกต่างกัน ทั้งทางกายภาพ คือ อาคาร สถานที่ จำนวน ครุ หรือแม้กระทั่ง อุปกรณืเทคโนโลยี คอมพิวเตอร์
นี่ แล้วคุณภาพของผู้เรียนจะเป็นอย่างไร
Why they are so difference?????!!!!!?????
The school in Bangkok ,in big city like Surin , in small town like Prasat , and in the small village like Ban Kraset Thaworn are totally differences ....the number of students, teachers ...The buildings and technology-computers ....


หลังจากที่ไปเยี่ยมโรงเรียนสิรินธร กลับมา ดร.จีน ถามข้าพเจ้าว่า ถ้าหากมีโอกาสได้ย้ายไปโรงเรียนสิริรธร จะไปไหม....
ข้าพเจ้า ไม่ลังเลใจเลย ตอบไปทันที ว่า ไม่ เพราะว่า ที่นี่ โรงเรียนของข้าพเจ้า นักเรียนต้องการข้าพเจ้า พวกเขาต้องการครูสอนภาษาอังกฤษ ....เมื่อ ดร.จีน ฟังคำตอบ เขาถึงกับน้ำตาคลอเบ้า ....ความอบอุ่นจากหัวใจและจิตวิญญาณของความเป็นครู คงจะช่วยให้นักเรียน และการศึกษาไทยดีขึ้น

After we visited Sirindhon School .....She asked me question...if I have a chance to move to Sirindhon school in Surin ....Do I want to move there???
I said .....NO.....because , HERE, in my school my students need me - they need English teacher...I want to be here for my school and my students....After she listened to me her eyes were watering and we huged each other......the warmth of teacher's heart will help students I wish......


ข้าพเจ้าได้อะไร จากการที่มีชาวต่างประเทศมาเยี่ยมครั้งนี้ ซึ่งจะช่วยให้โรงเรียนของข้าพเจ้าดีขึ้น
Did I gain anything from her that will make my school a better school, and I a better teacher?


คำตอบมีอยุ่มากมาย อย่างแรก ข้าพเจ้าได้ เทคนิคและวิธีการสอนที่หลากหลาย อย่างหนึ่งที่ข้าพเจ้าประทับใจ และเป็นสิ่งที่ฮิตในอเมริกา คือ การแสดงบทบาทสมมุติ โดยให้นักเรียนคิดถึงเรื่องใกล้ตัว นำเสนอ ข้อปัญหา พร้อมเสนอแนะวิธีการแก้ไขด้วย เรียกว่า อิมโพรวิเซชั่น เช่นการให้นักเรียนคดถึงปัญหาของโลก แล้วช่วยกันหา แนวทางแก้ไข.....สิ่งที่สำคัญครูควรใจเย็นและอดทน อีกทั้งต้องกระตุ้นเสริมแรงเพื่อให้นักเรียนได้กล้าแสดงออก
นอกจากนี้ นักเรียนที่มากับคณะต่างก็เตรียมผนการสอน หนังสือ ภาพยนต์ เกม และเพลง ต่างๆ มาร่วมเล่นกับนักเรียนของข้าพเจ้าด้วย
The answers are a lot !!!! First, I gain many techniques and methods how to teach students one is popular in America is teaching with roleplay - improvisations. For example students think about the problems in our world by their own idea and role play .....how to save our world.
Guest students have their own lesson plan,books,movies ,songs and game to shared with teachers and students


จากกิจกรรมนี้ ทำให้ผู้ปกครองมั่นใจในโรงเรียนมากยิ่งขึ้น
Parents are sure in my school and want their kids study in my school.

นักเรียนได้เพื่อนใหม่ เรียนรู้การใช้อิเทอร์เน็ต การเขียน อี เมล์ สนุกกับการเรียนภาษาอังกฤษ และสามารถนำภาษาอังกฤษ มาใช้ในชีวิตประจำวันได้ด้วย และที่สำคัญ ไดรู้ว่าภาษาอังกฤษนั้น มีความสำคัญขนาดไหน
My students have many new friends ,learn how to use internet, write e mail, and enjoy learning English. They know they can use English in their daily life and how important it is....

และขระนี้ พวกเราได ผู้อำนวยการคนใหม่ และมีคอมพิวเตอร์ที่ห้อง ซาวด์แลบแล้ว นะคะ
Now we have the school director and we have computer sound lab!!!!!!

วันพฤหัสบดีที่ 24 มกราคม พ.ศ. 2551

วิธีเลือกซื้อ Dictionary สไตล์ครูเขมรัศมี

วิธีเลือกซื้อ Dictionary


มีนักเรียน และผู้ปกครองหลายคนถามว่า ถ้าจะซื้อ Dictionary สักเล่ม ( ไม่รวมถึง Talking Dictionary )จะซื้อแบบไหนดี ? แบบไทยเป็นอังกฤษ หรือ อังกฤษเป็นไทย หรือ อังกฤษเป็นอังกฤษ เล่มไหนดี ดูอย่างไรถึงจะรู้ว่าเล่มนี้ดี

ถามกันมาอย่างนี้ก็ดีแล้ค่ะ คำตอบคือ ถ้าเป็นนักเรียนที่ยังเล็กอยู่อาจใช้ picture Dictionary ซึ่งจะช่วยให้นักเรียนสนุกกับการดูภาพ ชี้ แล้วฝึกพูดคำศัพท์ แต่ถ้านักเรียนที่เริ่มชั้นประถมศึกษาตอนต้นก็อาจซื้อDictionary ที่มีการรวบรวมคำศัพท์ที่เหมาะสมกับระดับของเขากอนก็ได้นะคะ ส่วนนักเรียนประถมศึกษาตอนปลาย และชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น ก็แนะนำให้ซื้อ อังกฤษ-ไทย และ ไทย - อังกฤษ เพื่อที่จะได้เรียนรู้และฝึกใช้คำศัพท์ที่หลากหลาย และที่จะขอแนะว่าควรซื้อที่สุด คือแบบ อังกฤษเป็นอังกฤษ หลายคนตอบกลับมาว่า แล้วจะรู้เรื่องหรืเปล่า สำหรับผู้เริ่มต้น หรือ สำหรับผู้ไม่ค่อยเก่งภาษาอยู่แล้ว แล้วดูอย่างไรว่าดีหรือไม่ดี ?

คืออย่างนนะคะ สำหรับผู้ที่ไม่รู้ หรือไม่เก่ง หรือ เก่งอยู่แล้ว หรืออะไรก็ได้ ในความคิดของข้าพเจ้าแล้ว ก็ยังคงต้องซื้อ Dictionary แบบ อังกฤษ เป็น อังกฤษ อยู่ดีค่ะ มีเหตุผลอยู่หลายประการคือ

1. เนื้อหาแน่นกว่ามาก ละเอียดกว่า เข้าใจได้มากกว่า เช่น มีตัวอย่างสำหรับคำนั้นๆให้มาด้วย ทำให้ทราบถึงความสำคัญอื่นๆของคำนั้นๆ ด้วย เช่น Wait แปลว่า รอ และมีประโยคตัวอย่างเช่น

I will wait for you. ทำให้รู้ว่า Wait ใช้กับ Preposition for

2. คำอธิบายศัพท์ เป็นคำง่ายๆ ไม่ยากเลย คุณจะเข้าใจได้ดีกว่าเป็นภาษาไทยซักอีก แถมบอกว่า เป็น Informal หรือ Formal ด้วยหรือ บอกว่า เป็นคำที่ใช้ทั่วๆไป หรือ ไม่ได้ใช้ทั่วๆไป

3. บอกความหมายได้หลายแบบ เช่น กรณีที่คำนี้เป็น Noun หรือ Verb หรือ Adjective, Adverb เนื่องจากหากชนิดของคำนั้นๆเปลี่ยนไป จะมีความหมายเปลี่ยนไปได้ พร้อมกันรูปแบบของคำนั้นๆในแต่ละรูปแบบ

4. หากคำนั้นสามารถทำเป็น Idiom ( Verb + Preposition ) ก็จะแสดงให้เห็นทุกคำพร้อมความหมายของ Idiom นั้นๆ เช่น Go แปลว่า ไป แต่ Go on แปลว่า ดำเนินต่อไป หรือ ทำต่อไป ( Continue ) Take แปลว่า เอามา แต่ Take off แปลว่า บินขึ้น ( เครื่องบิน ) หรือ ถอดออก ( เสื้อผ้า ) เป็นต้น

5. บอกคำเหมือน หรือคำตรงกับข้ามของคำนั้นๆได้ด้วย

6. บอกว่าคำนั้นเป็น นามนับได้หรือนับไม่ได้

7. บอกว่าหากเป็น Verb ช่องที่ 2 และ 3 จะเขียนเป็นอย่างไร

8. ส่วนใหญ่จะพิมพ์ด้วยสีมากกว่า 1 สี เช่น สีน้ำเงิน หรือ สีแดงด้วย เพื่อเน้นให้ดูชัดขึ้น

9. มีรูปภาพในกรณีที่อาจนึกภาพไม่ออก ( บางคำ )

10.ใช้อ้างอิงได้เลย เพราะเป็นของต่างประเทศ

ยังมีอีกหลายเหตุผลที่ควรซื้อ แบบอังกฤษเป็นอังกฤษ สำหรับราคาก็ไม่แพงเลย เพราะเดี๋ยวนี้ส่วนใหญ่พิมพ์ที่จีน หรืออินเดีย คุณภาพก็ใช้ได้ ถามว่าซื้อที่เมืองไทยดี หรือซื้อที่เมืองนอกดี ตอบว่าซื้อเมืองไทยดีกว่า เพราะราคาถูกกว่า ( พอสมควรเลยทีเดียว )

ถ้าถามว่าดูอย่างไรว่าเล่มไหนดีหรือไม่ดี ตอบว่า ให้ดูที่ข้อดี 1-10 ข้อข้างต้นครับ นั้นคือ ดูว่ามีตรงตามที่บอกไว้ครบถ้วนหรือไม่ พิมพ์ชัดหรือไม่ แข็งแรงหรือไม่ ยับง่ายหรือไม่ เท่านั้นเอง ตอนนี้เคยเห็น Dictionary แบบ ไทยเป็นอังกฤษ ซึ่งทำเลียนแบบข้อดีของแบบอังกฤษเป็นอังกฤษ แต่ยังไม่ดีพอ แถมแพงกว่าด้วย

วันศุกร์ที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2551

สืบเนื่องจากการสนทนากับท่าน ศน.เฉลิมชัย

ก่อนอื่นก็ขอขอบพระคุณท่าน ศน.เฉลิมชัยที่แนะนำให้รุ้จักกับ http://www.krusurin.net/ และชักชวนให้สร้างblog จึงเกิดเป็น blog ภาษาพลาซ่า นี้ขึ้นมา

เคยมีคนถามว่าไปอเมริกากลับมาได้อะไรมาบ้าง คำตอบคือเยอะมาก ประสบการณ์ชีวิต ครั้งหนึ่งเคยไปใช้ชีวิตอยู่ต่างแดน 1 ปี ในฐานะ นักการศึกษา ครู และ นักเรียนทุน มูลนิธิโรเกชั่น

ในฐานะครูและนักการศึกษา ก็ต้องเรียนรู้การทำงานจากพวกครูชาวอเมริกาว่าเขาทำงานอย่างไร สอนนักเรียนเขาอย่างไรให้มีคุณภาพ
ในฐานะของนักเรียนทุนมูลนิธิโรเกชั่น ก็ต้องพยายามเรียนรู้ภาษาอังกฤาและเทคนิคการสอนแบบต่าง ๆเพื่อนำมาปรับประยุกต์ใช้กับการเรียนการสอนที่ข้าพเจ้าต้องกลับมาทำงานในโรงเรียน

จากการทำงานที่ North Coast Preparatory and Performing Arts Academy (NPA) ได้เรียนรู้ว่า ก่อนการทำงานใดๆจะมีการวางแผน และคำนึงถึงผลกระทบและการคุ้มค่าต่อการลงทุน เวลาและโอกาส

ก่อนที่โรงเรียนจะเปิด มีการประชุมวางแผนกันอย่างจริงจัง ประมาณ 3 วัน ทีแรกข้าพเจ้าก็ไม่เข้าใจว่าจะทำอย่างไร ประชุมตั้ง 3 วัน แต่เอาเข้าจริงๆแล้ว 3วัน แทบไม่พอเพราะครูทุกคนล้วนแต่มีข้อมูลที่อยากให้ต้องการพูดในงาน วิชาที่ตนเองสอน

เอาไว้คุยต่อตอนต่อไปนะคะ

อบรมการเขียน blog และ การใช้ google

วันนี้เป็นวันเสาร์ แต่ข้าพเจ้าก็มาอบรมที่ห้อง KM ห้องนี้คือแหล่งเรียนรู้ที่เราชอบมากเลย มี internet and computer

พูดถึง internet and computer นั้นมีความสำคัญและจำเป็นต่อการเรียนการสอนในปัจจุบัน พวกเราจะเห็นว่านั่นคือสิ่งที่มีประโยชน์มาก มีหลายwebsite ที่มีแผนการสอนหรือสื่อการสอนให้ Download เดี๋ยวมีเวลาว่างจะมาเติมบทความที่เคยเขียนไว้

เมื่อครั้งที่ข้าพเจ้าไปฝึกประสบการณ์วิชาชีพครูที่ อเมริกาก็มีเวลาว่าง ได้ศึกษาค้นคว้าเพิ่มเติม เอาไว้ว่าจะมาเล่าและแบ่งปันประสบการณ์เพื่อประยุกต์ใช้ให้เหมาะกับการศึกษาของประเทศไทยนะคะ